|
วันสุดท้ายในปารีส Jul.11, 2008
รีบตื่นแต่เช้าเหมือนเดิม จะได้จับหนอนได้ก่อนไง อิอิ
วันนี้จะเที่ยวเชิงศาสนา
ว่าไปนั่น
ทัวร์โบสถ์สวยๆ ซักสองแห่ง แวะไปทานไอติมเจ้าอร่อย
แล้วกลับไปเก็บของ หอบสังขารขึ้นยูโรสตาร์กลับลอนดอนเย็นนี้ค่ะ
โบสถ์น้อยสีขาวบนเขา ที่ถ้าไม่อาศัยรถเคเบิลขึ้นไป เล่นเอาหอบเล็กๆ ย่านมงมาร์ต ค่ะ
ออกจากเมโทรก้อถามทางชาวบ้านร้านตลาดมาเรื่อยๆ
โอ้ แม่เจ้า
..นิดนึงก้อถึงแล้ว สวยงามตระการตา ลึกลับ น่าค้นหาอยู่บนเขาเลยค่ะ
Basillque du Sacre Coeur หนึ่งในไฮไลท์ของปารีสเลยนะคะเนี่ย (สำหรับเรานะ)
เบสิลิสก์ ดู ซาเครเกรอ์ แปลว่า โบสถ์หัวใจศักดิ์สิทธิ์แห่งพระคริสต์
เห็นมะ แค่ชื่อ ก้อชวนฝันแล้ว
สังเกตลักษณะสถาปัตยกรรมกันนิดนึงว่า เป็นรูปโดมโค้งๆ มนๆ
คล้ายๆกับที่เห็นจากโปสการ์ดตุรกี เมืองอิสตันบูล ที่สวยงามนั่นไงคะ (กรี๊ดดด อยากไปมากกก)
ว่าแล้ว ไปอ่านเจอมาว่า สถาปัตยกรรมแบบนี้
เค้าเรียกว่า romano byzantine (อารมณ์เรียนวิชาสังคมตอนเด็ก)
ซึ่งโบสถ์นี้ได้แรงบันดาลใจจากโบสถ์เซ็นต์โซเฟียอันลือชื่อ
ในกรุงคอนสแตนติโนเบิล เมืองหลวงของจักรวรรดิ์ไบแซนไทน์
ก่อนจะล่มสลาย กลายเป็นอิสตันบูล
(ที่เราแอบสงสัยไง ว่าหน้าตามาแนวเดียวกัน)
หลับกันไปหมดแน่ๆ เลคเชอร์น่าเบื่อ อิอิ
มีเรื่องตื่นเต้น(เล็กๆ) อีกแล้ว
แหมมม อีนี่มันตื่นเต้นง่ายจริง ก้อแบบ มาเช้าไง ไม่มีคนเลย
เราเป็นตัวฤทธิ์คนแรกของโบสถ์เช้านี้
มีแต่ชาวบ้านแถวนั้น เค้าเข้าไปสวดมนต์กันสองสามคน
ระหว่างยืนชมวิวสูงๆ เห็นหลังคาปารีสอยู่
ผู้ชายคนนึง
ท่าทางซกมก
เป็นคนขาวแหละ แต่ดูแล้ว พวกโฮมเลสแหงๆ
ตอนแรก เรายืนอยู่ แอบเห็นมันมอง
ซักพัก มันขยับเข้ามาสองก้าว (ตอนนั้นระยะห่างประมาณสามเมตรได้)
เราก้อ ลองขยับออกไปสามก้าว เหล่มอง
มันขยับตามวุ้ย คราวนี้ เริ่มชักสีหน้าดุๆ ขยับอีกสองก้าว
น่านนน มันขยับตามอีก (หนอยยยย ไม่อยู่เมืองไทยหน่อย งานนี้มีเฮแน่แก)
กอดกล้องไว้กะตัวแน่น เริ่มมองหาพวกดีกว่า
พี่แขกหนุ่มคนข้างๆ ที่ยืนดูดบุหรี่ชมวิวอยู่ด้วย
แกคงสังเกตเห็น เรารีบเดินไปอยู่ข้างแกเลย
พี่แขกน่ารักมากก เห็นเราไม่ค่อยสบายใจกะไอ้กุ๊ยนั่น
แกรีบหันมา
.บงชูร์ มาดาม
.บลาๆๆ(ฟังไม่รู้เรื่องค่ะพี่)
ตรูก้อ สปีคอิงลิช แล้วเห็นพี่แขกแกส่ายหัว
ไอ้เราก้อได้แต่ หวิ หวิ นงร์ นงร์ ไปเรื่อย ฮ่าๆๆ
ด้วยอารมณ์เรื่องเล่่าจากคนไปอิตาลี
ว่ามันถ่อยแบบเข้ามาตบกล้องกันจะๆมันหลอนอ่ะ
ไอ้กุ๊ยโฮมเลส ที่เรากลัวมันจะเข้ามาฉกกล้อง
เห็นท่าทางพี่แขกขี่ช๊อปเปอร์คนนี้ แกคงเป็นพวกเราแน่
มันเลยค่อยๆ ถอย เดินห่างไปทางหลังโบสถ์แทน เฮ้อ โล่งอก
รีบหนีเข้าไปหลบลมหนาวๆในโบสถ์ดีกว่า
อากาศอึมครึมมาก ฝนท่าจะตกหนักเสียด้วย
เสียแต่ไม่มีพระเอก กับกระท่อมน้อยปลายนา
กลายเป็นมาติดฝนอยู่ในโบสถ์หัวใจศักดิ์สิทธิ์แห่งพระคริสต์อยู่เพียงลำพัง
โอ้ ชีวิต น่าอภิรมย์อะไรเช่นนี้ คิคิ
ด้านใน ไม่อนุญาติให้ถ่ายรูปนะคะ
ซึ่ง รู้สึกดีมากกกก แต่ยังไม่วาย
มีคนไม่เคารพสถานที่ของเขา ยกกล้องมากดแชะๆกันอีก
จนท.ในโบสถ์เลยลุกมาดุกันเห็นๆ
สงบ เหมือนอยู่ในฝันเลยค่ะ
เค้ากำลังร้อง สวด อะไรกันซักอย่าง เราฟังไม่รู้เรื่องหรอก
แต่ด้วยบรรยากาส เสียงสะท้อนกับผนังหิน
แสงวอมแวมจากตะเกียง
แสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านกระจกสี
เคลิ้มมากค่ะ นั่งมองรูปปั้นหินอ่อนพระเยซูคริสต์
จนหลับคาม้านั่งสวดเค้าเลยอ่ะ
แหม ตื่นมาเช็ดน้ำลายแทบไม่ทัน
ตื่นมาพอดีโบสถ์เค้าเปิดให้บริการขึ้นยอดโดมตอนเก้าโมงเช้าค่ะ
เดินไปทางด้านข้าง มีเครื่องขายบัตรผ่านอัตโนมัติ เก๋เริ่ดมาก
ห้ายูโร ค่าผ่านประตูไปไต่กระได
ไปชม หลังคาปารีสด้วยกันค่ะ
ไม่ได้นับขั้นบันได แต่รู้สึก หอบมากก
ทางเดินก้อหลอนๆ เหมือนในหนังผีฝรั่งเลย
ดีที่ มีคู่นักท่องเที่ยวชาวบราซิล(เค้ามาชวนเราคุย)
เดินขึ้นมาเป็นเพื่อนกัน เลยไม่กลัวเท่าไหร่
ด้านบนยอดโดม ลมหนาวมาก แต่สดชื่นสุดๆ
ได้วิวปารีสมุมสูง แบบไม่ต้องไปเบียดกันตามไอเฟล อิอิ
และถ้าอยากดูชัดๆ ก้อนะ
อะไรๆก้อเป็นเงินเป็นทอง
ที่นี่ เน้นบริการแบบหยอดเหรียญ
เวลาไปเที่ยว พกเหรียญติดตัวไปเยอะๆนะคะ
นี่ วิวที่ หลายๆคน บอกว่า ไม่เห็นไอ้แท่งนี่ แล้วเขาว่า ไม่ได้มาปารีส (งั้นเหรอ หุหุ)
นั่งชมวิว เดินรอบยอดโดมอยู่พักใหญ่
อิ่มโอโซน และ หลังคาบ้านคนปารีสแล้ว
ลงข้างล่าง มาเก็บภาพรอบๆก่อนไปค่ะ
สายหน่อย คนเริ่มทยอยมากันแล้ว มีนักวาดภาพ
มานั่งวาดกันรอบโบสถ์เยอะเลย และแน่นอน
ไม่เคยขาดดนตรี ไม่ว่าไปเที่ยวทีไหน ชอบจริงๆ
คุณลุงข้างล่างนั่น แกกำลังเล่นเพลงที่จำชื่อไม่ได้
เคยฟังเวอร์ชั่นที่แอนเดรียโบรเซลี่เอามาร้องกับคริสติน่าอากีเลอร่าน่ะ
แกเล่นเพราะดี แต่ดุชะมัด มีคนถ่ายรูป แกไล่ใหญ่เลย
เราถ่ายก่อนจะรู้ว่าแกดุไง ดีนะ แกไม่เห็น ไม่งั้นโดนไปด้วยแน่ๆ
ลงเมโทรต่อค่ะ สายนี้ อิชั้นนั่งคนเดียวทั้งขบวน ฮ่า
ต่อกันที่ Notre Dame ค่ะ สไตล์โกธิก เก่าแก่สุดๆในฝรั่งเศส
หลุยส์ที่16 กับมารีอังตัวแนตต์ ทำพิธีอภิเษกสมรสกันที่นี่ด้วย
ที่นี่ ให้ถ่ายรูปด้านในได้ แต่นิดนึงนะคะ
ไม่ชอบเลย พวกอยากได้รูปสวย แต่เปิดแฟลชในที่ศักดิ์สิทธิ์ของเขา
ยิ่งเวลาเขามีทำพิธี แสงแฟลชว๊อบแว็บ ไม่รู้ดิ
เราว่า มันเป็นการไม่ให้เกียรติเจ้าของสถานที่
ไม่เคารพสิ่งที่คนอื่นเขาเคารพเลยอ่ะ
ลองคิดว่า ถ้าเป็นเรา ไหว้พระไหว้เจ้าอยู่
แล้วมีคนมารุมถ่ายรูป เปิดแฟลชกันเป็นที่เอิกเริก
เราคงไม่ปลื้มอ่ะนะ บ้านเขา เขาก้อคงรู้สึกเหมือนกัน
(คิดมากไปป่าววะ)
ที่นี่ก้อสวยนะคะ ดูรูปกันเองแล้วกัน
แต่
คนเยอะ
ทัวร์เต็มไปหมด เสียบรรยากาศอย่างแรง
เดินไปแบบเซ็งๆงั้นๆ เพราะคนเยอะมาก ไม่ได้ฟิลเลย
เลิก เลิก แค่เห็นแถวที่เขาต่อกันขึ้นยอดโดม ก้อหนีแล้วเรา
จริงๆ มันมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับรูปปั้น
ถ่ายมาเยอะด้วย แต่ข้ามดีกว่ายาวไปแระ
ในนี้ อะไรๆก้อเป็นเงินเป็นทองเนอะ ฮาร์ดเซลล์กันสุดๆ
แม้
แต่นี่
อย่างเรา
ถ้าเข้าไป
มีหวัง ต้องอยู่ซัก เจ็ดวัน แถมหมดตัวด้วย
บาปเยอะ สารภาพกันนานนนนน ฮ่าๆ
พอดีกว่า สำหรับที่นี่ ไปต่อที่ที่เราโปรดดีกว่า อิอิ
เดินมาทางด้านหลังนอเตรอดามนะคะ
ข้ามสะพานเหนือแม่น้ำแซนไปเกาะเล็กกันค่ะ
สะพาน โปแซงต์หลุยส์ ไปเกาะ อิลแซงต์หลุยส์
หาอะไรอร่อยๆกินกัน และที่ขาดไม่ได้ คือไอติมเจ้าเด็ด
เดินชมวิวรอบเกาะเล็กนี่ ประทับใจมากๆเลยค่ะ
ร้านน่ารักๆ แบบมีสไตล์เรียงรายเต็มไปหมด
ไม่ต้องเซ็งกับ ห้างสีเขียวเอ็กเพรส หรือห้างเจ็ดสิบเอ็ด ที่มีเต็มทุกถนน
จนชาวบ้านไม่ต้องขายอะไรกันแบบบ้านเรานะคะ
ร้านขายเนื้อ ก้อมีแต่เนื้อสารพัดแบบ
ร้านขายชีส ก้อมีชีสแทบทุกชนิดในโลก
ร้านขายขนม ร้านขายไวน์ ร้านขายตับห่าน
ร้านขายชอคโกแลตฯลฯ
น่ารัก ดูเป็นตัวของตัวเองกันดี ช๊อบชอบล่ะ
จานนี้ ศรีปลื้มมมากกกก
ชอบมะเขือเทศกับมอสเซอเรลล่าชีสสดๆโครตๆ
ตบท้ายด้วย ไอติมร้านนี้ ที่รอคอยBerthillon
ยี่ห้อนี้ เค้าขายกันทั่วทั้งเกาะนี้ล่ะค่ะ
เราถ่อไปกินที่ร้านต้นตำหรับเค้าเลยดีกว่า ขลังดี
เปิดขายมาตั้งแต่ปี 1954 เป็นไอติมแบบโฮมเมดดแท้ๆ
ไม่ใส่สารเคมี สารให้ความหวาน หรือแต่งสีกลิ่นรสสังเคราะห์ค่ะ
ใช้ผลไม้ วานิลลาจากฝักแท้ๆ อร่อยยุคดั้งเดิม
เม็ด(ก้อนเล็กมากไง ต้องเรียกเม็ด)ละ สองหรือสามยูโรเนี่ยแหละ จำไม่ได้
อิชั้นลองไล่ไปตั้งแต่ พิตตาชิโอ อัลมอนด์
sherbet ราสเบอร์รี่ และ พีช กรี๊ดดดดดด
สี่เม็ดรวด ซื้อแล้วกิน กลับไปซื้อกินใหม่ จนคนขายยิ้ม คงขำว่า
อีกะเหรี่ยงนี่ ท่าทางบ้านมันไม่มีไอติมขาย กร๊ากกกก
แวะซื้อมากาฮงจากร้านนี้ด้วย ที่เอ็มโพเรียม เค้ามีสาขาด้วยน๊า
แต่ขายเฉพาะช็อคโกแลต แต่เค้าไม่ได้ซื้อมากาฮงฝากใคร
เพราะมันจะต้องบี้แหลกเละแน่ๆ แถมคนขายบอกว่า
เก็บได้สองวันเอง สีสวย อร่อยดี แต่เราว่า สู้ของ ลาดูเร่ไม่ได้
ทำเวลา รีบเดินไปอีกจุดหมาย อยู่ตรงข้ามกับนอเตรอดาม
ในกระทรวงยุติธรรม (ตรงทางขึ้นเมโทรพอดีเลยค่ะ) โบสถ์แซงชาเปล
ดูรูปจากหนังสือแล้ว น่ามาเที่ยวมาก แต่
ดังนรกชัง หรือสวรรค์แกล้งงงงง
ดูแถวสิคะพี่น้องคะ
นี่
มันจะสามโมงแร้ว
เด่วตกรถไฟกลับลอนดอน
ฝากไว้ก่อนเถอะ ปารีส
เฮาจะกลับมาใหม่ แน่นอนนนน
อ้อ
เค้าว่า ต้องไปอธิษฐานที่นี่นะคะ
สะดือ(จุ่นๆ)ของปารีส หรือ Paris Zero ค่ะ
แล้วจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง
อธิษฐานว่า
.. โอมเพี้ยงงงง
ถ้าสะดือจุ่นนี้ศักดิ์สิทธิ์จริง
ลูกช้างขอสามตัวตรงๆติดกันสามงวด
ไม่ก้อ แจ็กพอตเลยนะคะ รับรอง
กลับมาเจอกันใหม่ ก๊ากกกก
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
วันที่กลับมากรุงเทพฯเมื่อสองสัปดาห์ก่อน
หม่าม๊าเปิดอกคุยกะแน็คแบบแมนๆ ว่า
แน็คมีอะไรไม่สบายใจที่โรงเรียนรึเปล่า
ซักพัก แน็คบ่นว่า
.หม่าม๊า เพื่อนไม่รักแน็คอ่ะ เอานิ้วจิ้มตาแน็คด้วย
.. กรี๊ดดดดดดดดดดด
อิชั้น อึ้งค่ะ ค่อยๆ ตะล่อม เกลี้ยกล่อม
แน็คก้อค่อยๆเล่าให้ฟัง
จากที่เก็บเงียบไม่ยอมพูดเลย
ซักถาม ย้ำที่มาที่ไป ให้แน่ใจ ว่าแน็คตีเพื่อนด้วยหรือเปล่า
ดูฮี อ้ำอึ้ง เหมือนไม่อยากพูดถึงด้วย
พูดแล้วก้อน้ำตาคลอๆ มากอดหม่าม๊าแน่นเลย
หม่าม๊ากอดแน็คแน่นเหมือนกัน บอกว่า
.
น้องแน็คครับ จำไว้นะลูก
หม่าม๊าอยู่ข้างลูกเสมอ
มีปัญหา มีเรื่องไม่สบายใจ มาเล่าให้หม่าม๊าฟังนะ
เราจะได้ช่วยกันคิด
แล้วช่วยกันแก้ปัญหา แน็คจะได้มีความสุขไงลูก
..
เอางี้นะ
เด๋วหม่าม๊าจะไปคุยกับคุณครูแน็คดีป่าว แล้วเราจะช่วยกัน
.
ลงมาร่างจดหมายรักถึีงคุณครูค่ะ
เป็นคนชอบเขียนจดหมายด้วยอยู่แล้ว
เพราะมันมีหลักฐานดี อิอิ
ชอบเขียนด้วยลายมือด้วย
เพราะรู้สึกว่ามันเป็นกันเอง มากกว่าพิมพ์แล้วปริ้นส่งให้
ได้ความรู้สึกมากกว่า เขียนไปคุยกับคุณครูยาวเต็มหนึ่งหน้าเอสี่
เอาไปอ่านให้แน็คฟังว่าเนี่ย หม่าม๊าคุยกับคุณครูแบบนี้ๆๆๆนะครับ
แน็คบอกว่า โอเค
.
ตอนเช้า พี่นุบอกว่า แน็คทวงจดหมายของหม่าม๊าใหญ่เลย
บอกว่าจะเอาไปให้คุณครู
ตอนเย็นคุณครูรีบมาชี้แจงให้พี่นุฟัง
บอกว่า เคลียร์ให้แล้วค่ะ น้องแน็คโดนน้อง
เอานิ้วจิ้มตาจริงๆ
ตอนนี้ให้ขอโทษ เคลียร์ใจกันแล้วค่ะ
ก่อนนอนคืนนั้น แน็คบอกว่า
..ดีกับเพื่อนแล้ว มีความสุขแล้วครับ
.
กล่อมลูกก่อนนอน ด้วยคาถาบทเดิม
..
..จำไว้เสมอนะลูก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ไม่ว่าแน็คจะทำผิด
หรือทำอะไรมาแค่ไหน
แค่มาบอกหม่าม๊าๆง่ายๆนะครับ
หม่าม๊าจะฟัง แล้วเราจะช่วยกัน
.
+++++++++++++++++++++++++++++++++
|