รับเช้าวันที่สองในปารีสด้วยความตื่นเต้น
หลังจากเมื่อคืน เตรียมศึกษาเส้นทางมาเป็นอย่างดี
ตั้งใจแน่วแน่ ว่าจะไม่ง้อแท๊กซี่ปาริเซียงเด็ดๆ
งานนี้ เมโทร เท่านั้น ที่เราต้องการ
เมโทร เป็นโครงข่ายรถไฟใต้ดินที่ทั้งเก่าและเก๋าในปารีส
มีทั้งหมดราวๆ 14 สาย ซ้อนทับกับ RER
มองง่ายๆ เมืองนี้จะคล้ายๆโดนัทเป็นวงๆซ้อนๆกัน
มีแม่น้ำไหลผ่านแถวๆกลางๆค่อนมาทางใต้
สิ่งสำคัญที่สุดอย่างแรก สำหรับการเที่ยวปารีสด้วยตัวเองคือ
แผนที่ จริงๆนะคะ แผนที่คือชีวิต ต้องพกติดตัวตลอดเวลา
แผนที่ที่ดีที่สุด ใช้ง่าย มีทั้งอินเด็กซ์เมโทร แผนที่เมโทร แผนที่ถนน
สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ คือ แผนที่จาก Printemps แพรงตองส์
ห้างสุดเก๋ อยู่บนถนนออสมันน์ ใกล้ๆกะ ลาฟาแย็ตต์อ่ะค่ะ
เมื่อถึงปารีส สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ หาแผนที่ค่ะ ส่วนใหญ่มีให้หยิบตามโรงแรมอยู่แล้ว
แต่มันจะเป็นแบบแผ่นพับธรรมดาที่ คลี่ออกใช้ที จะต้องรำคาญกับการพับเก็บ
ที่เจ๋งสุดๆ คือแผนที่ฉบับป๊อบอัพจากแพรงตองส์เนี่ยแหละ
เราก้อเพิ่งจะได้เอาวันสุดท้ายเหมือนกัน พลพรรคเขาหยิบมาฝาก
มันจะเป็นอันเล็กๆ เปิดปุ๊บ แผนที่ป๊อบอัพ โผล่ขึ้นมา มีทุกอย่างที่เราต้องการอยู่ในนั้น
แค่สนใจอ่าน และทำความเข้าใจ เราจะเดินทางด้วยเมโทรด้วยตัวเองได้อย่างง่ายดาย
ถ้ามีหนังสือคู่มือแนะนำที่ท่องเที่ยวดีๆอีกซักเล่ม โลดเลยค่ะ
ไปได้ทุกที่ แม้ไม่เคยไปมาก่อน อิอิ
ซื้อตั๋วเมโทรได้ที่สถานีเลย มีทั้งตั๋วซิงเกิ้ลเที่ยวเดียว ราวๆ 1.6 ยูโร
ตั๋วแบบซื้อครั้งละสิบใบ 11 ยูโร ตั๋วสัปดาห์ ฯลฯ แบ่งตามโซน
เราซื้อมาแบบสิบใบเลย กะว่า ตรูจะนั่งมันให้ปรุไปทุกสายเลย ฮ่าๆ
วิธีนั่งแสนง่าย ใครบางคนเคยบอกว่า
ถ้าใครหลงทางทูปว์ในลอนดอนแล้วล่ะก้อ
จงนอนตีพุง เกาสะดืออยู่บ้านเสียดีกว่า ไม่ต้องออกไปไหนหรอก
เพราะมันแสนง่ายยยยย
เช่นนั้นแล้ว
เมโทรในปารีส โครตง่ายยยยยยย เลยค่ะ
แค่ดูชื่อปลายทาง และต้นทาง จะได้นั่งไม่ผิดฝั่ง
แต่ละสาย แบ่งเป็นสีๆชัดเจน เวลาจะต่อก้อดูจุดตัดเอา
ถึงเวลาเปลี่ยนก้อตั้งใจดูป้ายให้ดี เพราะเสียงประกาศฟังไม่รู้เรื่องหรอก
อ่านป้ายบอกทาง sortie หรือว่า ป้ายต่อสถานีให้ดี จะได้เดินไม่หลง
ไม่แน่ใจก้อ เล็งคนรอบๆ หน้าตาพอน่าไว้ใจได้หน่อย
แล้วก้อ
.เอ็กซ์คูเซมัวร์
(แบบมั่วๆ ฮ่าๆๆ)
ขึ้นต้นประโยคด้วยภาษาบ้านเค้าไว้ก่อนไงคะ เผื่อมันจะนึกเอ็นดูเรา
แหม ทีเวลาฝรั่งเข้ามาพูดไทยด้วย พวกเรายังว่ามันน่ารักเลย
เวลากะเหรี่ยงหัวดำอย่างเรา พยายามจะพูดภาษามันมั่ง มันคงเห็นใจบ้างหรอกน่ะ อิอิ
เราว่ามันเป็นอะไรที่น่ารักนะคะ เวลาที่เดินทาง
แล้วเราพยายามพูด กิน ทำ แบบที่คนบ้านเขาพูด กิน และทำกัน
ปรับตัวเข้าหาโลกของคนอื่น ไม่ใช่จะไปที่ไหนๆ
ก้อต้องแถ หาแต่ แมคโนนัลด์ เคเอฟซี หรือความสำเร็จรูป
แบบอารมณ์ประมาณ ทุกอย่างต้องมีกล้วยไม้แปะชิ้นสัปปะรดมาประเคน
ถ้าเป็นงั้น จะเดินทางไปแสวงหาความแปลกใหม่ทำไมกัน
เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหนในโลก มันคงหน้าตาเหมือนกันไปหมด
และนั่นเป็นความผิดพลาดร้ายแรง ในการจัดรูปแบบการท่องเที่ยวแบบปลากระป๋อง อิอิ
อ้อ อีกอย่างที่เน้นคือ เมโทร ขึ้นชื่อว่า เป็นที่รวมของเหล่ามิจฉาชีพ
ย่ิงตามสถานีที่เป็นที่ท่องเที่ยวสำคัญ หรือช่วงเวลาเร่งด่วน
ระวังค่ะ ต้องคอยสังเกตคนรอบๆตัวเราไว้
หนีบกระเป๋ากับตัวไว้ให้ดี
แต่ไม่ถึงกับขนาด จะ จ้องมองทุกคนรอบๆตัวด้วยความไม่เป็นมิตรนะคะ
เออ บางครั้งมันก้อยากนะ
เพราะเส้นแบ่งระหว่างการกอดอก งกหวงตัวเองไว้ให้แน่น
กับการอ้าแขนรับ เปิดกว้างแจกจ่ายมิตรภาพ ในที่ที่ไม่คุ้นเคย
มันออกจะใกล้ๆกัน ยิ่งในภาวะที่ เราเองก้อไม่แน่ใจ
อย่างแรก เหมือนจะง่ายกว่า แต่เราว่า
แค่
ไม่ประมาท
ยิ้มแย้ม ทักทาย ตีหน้าให้น่ารักไว้เวลาจะถามอะไรใคร อิอิ
ใจเย็นๆ อย่าทำท่าลกๆ ให้เนียนๆว่า กรูรู้ ฮ่าๆๆ
อย่าลืม เมโทร มันออกเก่าๆ ถ่อยๆ แต่คลาสสิก
ด้วยประตูแบบต้องคอยปิดเปิดเองค่ะ ย้ำ ใช้ สองมือแม่นี้ที่สร้างโลกค่ะ
ผลัก งัด ดัน เอา ฮ่าๆ
มีแค่สองสายใหม่เท่านั้นที่เป็นประตูอัตโนมัติ
รถไฟใต้ดินบ้านเรา ดูไฮโซกว่าเยอะ แต่บ้านเรามันห่วยตรงที่ สายสั้นนิดเดียว
ไปไหนต่อไหนได้ไม่ทั่วแบบบ้านเขา
ยิ่งในภาวะ วิกฤตพลังงานเยี่ยงนี้ ยิ่งคิดยิ่งเจ็บใจ
ว่าที่ผ่านมา มันไปมุดหัวอยู่รูไหนกัน ถึงไม่วางแผนระบบขนส่งมวลชน
ให้ทรงประสิทธิภาพแบบบ้านอื่นเมืองอื่นเค้ามั่งวะ
ไปทะเลเดดซีอีกแล้วตรู
พล่ามอยู่นาน ความสุขอ่ะ ฮ่า
เข้าเรื่องของวันนี้ซะที
สถานที่ที่พลาดไม่ได้ เมื่อมาถึงปารีส
..สำหรับเรา ไม่ใช่การไปถ่ายรูปคู่กับหอไอเฟิลนะคะ
ที่นี่ต่ะหาก จำคิปากคนอื่นมาว่า
.ที่นี่ คือพิพิธภัณฑ์ที่สวยที่สุดในยุโรป เลยนะคะ
ประยุกต์มาจากสถานีรถไฟเก่ามาเป็นที่จัดแสดงผลงานศิลปะ
เน้นผลงานทั้งภาพเขียนและประติมากรรม ในช่วงกลางศตวรรษที่18
ถึงต้นศตวรรษที่19
และแน่นอน ในช่วงเวลานั้น เป็นการรวมตัวกันของศิลปินแนว impressionism
อย่าง van goh, manet และคนโปรดของเรา monet
มาถีงมิวเซียมเช้าๆนี่ ดีนะคะ คนน้อย แถวไม่ยาว
ไม่จอแจ ไม่ต้องรำคาญทัวร์เยอะๆ หรือ ทัวร์เจ็กนรก(ขออภัย) เพราะหลายคนทำตัวเยี่ยงนั้นจริงๆ
ในมิวเซียมเค้าอุตส่าห์ใจดี ให้ถ่ายภาพได้ แต่ห้ามใช้แฟลช เพราะมีผลต่อภาพวาดค่ะ
แต่ยังไม่วายมีทัวร์ประเภทนี้อีกหลายราย ที่ทำตัวไม่ให้เกียรติ ไม่เคารพสมบัติล้ำค่า
ด้วยการ
เปิดแฟลช
.
เห็นแล้วจี๊ด แทบจะกรากเข้าด่าแทนจนท. ฮ่าๆ แต่ที่นี่เค้าก้อดุเอาการค่ะ
ดุได้ใจ
..โส น้า หน้า
.ไอ้บ้าที่ชอบเปิดแฟลชใส่ภาพ ฮิฮิ
เร่ิมด้วยชั้นล่างก่อน
เน้นงานประติมากรรม และภาพเขียนในยุคพรีอิมเพรสชั่นนิซึ่มเป็นส่วนใหญ่
พร้อมทั้งงานภาพถ่ายโบราณด้วยค่ะ
ภาพเขียนที่ชั้นหนึ่งค่ะ
(จริงๆแล้ว มีเยอะมากก นี่คัดมาแค่ที่โปรดมากๆ ส่วนเล็กๆเท่านั้น)
งานระหว่างซ่อมแซมค่ะ
ภาพสมัยนั้น มีการบรรยายเกี่ยวกับชีวิต ความตาย
และศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย
ถัดไปก้อจะเป็นส่วนของ ห้องโชว์ภาพถ่ายโบราณค่ะ
เน้นภาพนู้ดสมัยก่อน ชอบมาก อิอิ
กว่าจะกวาดทั่วชั้นหนึ่ง ก้อปาเข้าไปชม.ครึ่งแล้ว เอิ๊กกก นี่อย่างลวกๆแล้วนะ
ไฮไลต์สำหรับคออิมเพรสชั่นนิซึ่มอยู่ชั้นห้าค่ะ
เราเลยกระโดดขึ้นกะไดเลื่อนไปเลยดีกว่า เด๋วไม่ทัน


ชิ้นข้างล่างนี่ ถ้าใครเป็นแฟนเรื่องมิสเตอร์บีน น่าจะจำกันได้นะคะ
เป็นนางเอกของเรื่องเลยน๊า ภาพเนี้ย
ที่เหลือนี่ เป็นชอตเด็ดคนโปรดของเราค่ะ
เลือกมาน้อยๆแล้วน๊า เห็นใจคนเบื่อรูป
กลับมาบ้านอวดพี่นุ
เธอเสนอไอเดียว่า เออ มีนาก้อเอาไปอัดเป็นเฟรมใหญ่ๆนะ
แล้วมาแปะแต่งห้องไง เป็นผลงานที่เราไปภ่ายภาพจริงที่เรากรี๊ดมาด้วยตัวเอง
ถึงแม้จะไม่สวย ไม่เปอร์เฟค แต่มันเป็นอะไรที่เราไปเก็บเกี่ยวมาเองจริงๆ
.เออ เข้าท่าวุ้ย





ข้างบนนี่ ดูแล้ว คิดเล่นๆว่า
ยุคคุณเรอนัวร์นี่ สาวๆหุ่นอวบอั๋น คงมีชีวิตอย่างเป็นปกติสุข
กว่าสมัยนี้มาก เพราะ ศิลปินเขามองเห็นความงามจากก้อนไขมันเนอะ
อิ่มตา อิ่มใจ กับภาพสวยๆ ที่คิดว่า
โชคดีจัง ที่ครั้งนึงในชีวิตได้เคยมาดูด้วยตาตัวเอง
แทนการมองจากหนังสือเท่านั้น
เวลาดูสนุกตรงที่ ตอนแรกเราจะมองใกล้ๆ ดูส่วนประกอบของแต่ละสี
ในส่วนเล็กๆก่อน ว่าเค้าใช้สีอะไรบ้างหนอ ถึงได้ออกมาวิจิตรเสียจริตขนาดนี้
แล้วค่อยๆถอย ถอย ถอย ออกมามองห่างๆ อีกที
ว่าไอ้สีเล็กๆล้านสีๆที่เราเห็นมะกี้ มันกลายเป็นภาพ แสง เงา ที่สมบูรณ์แบบ
เดินเข้าไปใกล้ๆ ถอยออกมาใหม่ เข้าๆออกๆ นั่งทอดหุ่ยดูห่างๆอีกพัก
จินตนาการเรื่องในภาพที่เขาเขียนไว้ ว่าตอนนั้น โลกที่นั่นเป็นไง
แล้วคนเขียนภาพ เค้าคิดอะไร เห็นอะไรมากกว่าที่เราเห็นอีกไหม
เพ้อเจ้อออออไปเรื่อย ฮ่าๆ
กว่าจะจบแบบรวบรัด รีบกวาดให้ครบ ปาไปเที่ยงกว่า ครึ่งวันเลย ต๊ายยย
เหลืออีกที่ ที่ต้องไปให้ได้ รีบหน่อยๆ
พักเที่ยง ทานข้าวในร้านอาหารในมิวเซียมเนี่ยแหละ
เห็นร้านมันสวยดี ไปนั่งทำเก๋ดีกว่า
สั่งแรตทาทุย (อาหารพื้นบ้าน)แบบในหนังการ์ตูนเรื่องแรตทาทุย มากินดีกว่า
ของหวานไม่ได้ถ่าย อร่อยจนรีบกินหมด ฮ่าๆ





ประทับใจ ส้วมสะอาด ถ่ายซะเลย ฮ่าๆ
ได้เวลาเดินชิลๆ ชมวิวริมแม่น้ำแซนต์ ดูคนจีบกัน คุยกัน
ดูภาพเขียนศิลปิน ที่นี่เยอะจริงๆ มีอยู่ตามถนนทุกที่ พรุ่งนี้ไปแถวๆมงมาร์ตยิ่งเยอะใหญ่เลย
ไม่ได้ล่องเรือตามแม่น้ำ แค่เดินสูดอากาศ ชื่นชม พอใจแระ เวลามีน้อย ใช้สอยประหยัด


จบตอนหนึ่ง ของวันที่สองไว้แค่นี้ก่อนนะคะ
อีกครึ่งวันบ่าย มีภาพสวยๆ จากสุดยอดพิพิธภัณฑ์อีกที่ ไว้มาต่ออาทิตย์หน้าแล้วกันนะ
มีสอบไฟนอลพุธนี้ ไม่ได้เรียนซักบท ต้องอ่านเองแหลกเลย
แถมด้วยพรีเซนต์งานอีกวันอังคาร พร้อมดิสคัสสี่เปเปอร์ เอาตัวไม่รอด
บ้าดูรูป อัพไดฯระห่ำ เอิ๊กๆ
คาดว่า กว่าจะเอารูปเล่าเรื่องได้ครบหมด
อิชั้นคงลืมไปก่อน
ไม่ก้อ จบตอนราวๆสิ้นปีแหงๆ ก๊ากกกกกก
คิดถึงทุกคนนะคะ
วันนี้
โอเฮคอ วัวร์
ค่ะ อิอิ
ป.ล.งดการล็อคไดฯไว้ก่อน เพราะไม่ค่อยได้ใช้เครื่องที่ออฟฟิศ
ส่วนตัวมันเป็นแมค แบบว่า ยังไม่ได้ลองพาราเรล
โหมดไดฯที่ต้องใช้พาสเวิร์ดมันไม่รองรับแมคง่ะ
หงุดหงิด เปิดไดฯไม่ได้ เลยเปิดล้อคซะเลย ก๊ากกก
ใครมีวิธีสะดวกๆแนะนำด้วยนะคะ แมคมือใหม่อย่างเรา ยังโง่อยู่
|