เช้าพุธ ที่ 8 ถึงปารีส
ยูโรสตาร์แสนสบาย หลับจนหัวโขกกระจก
วิวสองข้างทางสวยงามมากๆๆๆๆ
ถ้ามีโอกาสนะ จะกลับมา อยากเที่ยวชนบท บ้านนอกฝรั่งเศส
บ้านนอกอังกฤษ
ทุ่งข้าว ทุ่งหญ้า กว้างสุดลูกหูลูกตา เชียวอี๋ แดดสีทอง
เห็นคอกหมู คอกม้า เหมือนในเรื่อง ชาร์ล็อตแมงมุมเพื่อนรัก ที่อ่านตอนเด็กๆเลยล่ะ
แค่เห็นอากาศผ่านกระจกใสๆ ก้อเกิดอารมณ์อยากจะลงไปกลิ้ง สูดลมบ้านนอกแล้ว
เสียดายจัง ที่เราต้องเข้าแต่เมือง
+++++++++++++++++++++++++++
ปารีส วันที่ 1
พักกันที่โรงแรมกลางเมืองปารีสเลย ย่านเซนต์ ลาซาร์ก สถานีรถไฟเก่าแก่
เป็นหนึ่งในภาพเขียนของโมเน่ต์ด้วยน๊า สถานีเนี่ย


ตรงข้ามโรงแรมเป็นเมโทร สเตชั่นเซ้นต์ ลาซาร์ก ข้างๆมีคล้ายโรงแทงม้าด้วย
ถ่อยสุดๆ ฮาดี เดินผ่านที เหม็นฉี่ที่พวกผีพนันเค้ามาฉี่ทิ้งไว้ตามมุมเสาด้วย แหวะ
มีทั้งพวกพี่มืด พี่แขกขาว พี่แขกดำ พี่กุ๊ยฝรั่ง รอแทงม้า แทงหมาเต็มไปหมด
ไม่กล้าถ่ายรูปหรอก กล้วมันเตะเอา ฮ่าๆ

แต่โรงแรมเราโอเคอยู่นา อยู่ฝั่งตรงข้าม ไกลกันเยอะอยู่
สภาพตามอัตภาพ ดีแค่ไหนแล้ว ที่ได้แค่นี้ จากการจองทางเน็ตเอา
คนอื่นเค้าเจอแย่ๆมาเยอะ เราเจออะไรเลยรู้สึกชิลลลลลไปหมด ฮ่าๆๆ เค้าเรียก
เราต้องคาดหวังต่ำๆไว้ก่อน เนอะ
ใครต่อใครบอกกันว่า มาปารีสเหรอะ คนฝรั่งเศสถ่อยจะตายไป
ปารีสอันตราย มิจฉาชีพเต็มไปหมด ระวังเหอะ
แถมด้วย ระหว่างนั่งรถไฟมา ประสบการณ์จากแต่ะลคนที่มีต่อปารีส
ประมาณต้องมีหนึ่งคนในของทุกทริปต้องเจอ ล้วงกระเป๋า ของหาย โดนฉกของ ฯลฯ
อุอุ ปารีส กลายเป็นกองขยะราดด้วยอึท้องเสียไปเลยนะเนี่ย
มองโลกในแง่ความจริง ว่า กรุงเทพเมืองฟ้าอมรของเรา
คงไม่ได้ไปจากปารีสหรอก สำหรับชื่อเสีย(ง) แบบนี้
เพราะงั้น อยู่ที่เรา
.ต้องยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม
..
ไม่ไป ในที่ที่ไม่ควรไป สังเกตคนรอบข้างให้ดี
แบ่งเงินเก็บไว้หลายกระเป๋า ติดตามตัวบ้าง เผื่อซวย อย่างน้อยก้อมีตังค์กลับโรงแรมวะ
ซุกกล้องไว้ในกระเป๋าถ่อยๆโทรมๆ ดูไม่มีของมีค่า ไม่ควักออกมาถ่ายก่อนสังเกตการณ์
ถ่ายแล้วรีบๆเก็บ อย่าแขวนไว้ล่อตาโจร ผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียวอย่างเรา คงสู้มันไม่ไหว
ปลอดภัยไว้ก่อน ด้วยการทำตัวโทรม จน ไม่น่าจิ๊กของดีกว่า อิอิ
เอ้า ลุยยยยยยย
วันแรก ที่นี่ ตามใจ ตามน้ำพลพรรคไปก่อน
เริ่มต้นด้วยการ ออกตามล่า หากระเป๋าสุดขอบฟ้า


เดินตาม ชองป์เซลิเซ่ ถนนที่ได้ชื่อว่า สวยที่สุดในโลก (แต่ไม่ถ่าย คนเยอะอ่ะ กลัวโดนตบกล้อง)
เข้าแทบทุกตรอกซอกชอย
ตามหา ทั้ง บาลองเซียก้า โกยาร์ด ยีฟแซงโลรองก์ ฯลฯ
โว้ยยยย กรูจะเบื่อตาย อะไรกันนักกันหนากับกระป๋าฟระเนี่ย
คือไม่ใช่เราไม่ใช้นะ เราก้อใช้ ชอบด้วย สวยดี
ไม่ถึงกับต้องแบบว่า อู้ยยยย ต้องไปตามล่า หาช้อปของแบรนด์นั้น นี้ นู้น ให้เจอให้ได้
ถ่ายรูปกับหน้าร้านแอร์เมสเนี่ยนะ อุอุ น่าเชิดชูบูชาตรงไหนวะเนี่ย
ปารีส มีอะไรน่าเที่ยวกว่าชอปปิ้งเยอะแยะ
เค้าว่ากันว่า ถ้าไปเที่ยวไหน แล้วอยากรู้จักที่นั่นให้ดีให้ได้มากที่สุดในเวลาอันจำกัด
นอกจากการเดินชมเมืองแล้ว
สิ่งนึงที่พึงกระทำอย่างยิ่ง คือการ เข้าชม
มิวเซียม
.ของที่นั้นๆ
นักโบราณคดีคนนึง(จำชื่อไม่ได้) พูดได้น่าขนลุกว่า
เราไม่ได้ขุดของเก่าๆแตกหัก แต่เรา ขุดคน
..
เขาเชื่อว่า มนุษย์จำเป็นต้องรู้จักที่มา รากเหง้า และเข้าใจปูมหลังของตนเองให้ดี
เพื่อต่อยอดสำหรับอนาคต
และกลับมาอนาถใจกับบ้านเราอีกครั้ง ที่มิวเซียมที่มีการจัดการดีๆแบบบเมืองนอกเมืองนาเขา
มีน้อยเหลือเกิน พ่อแม่แบบเราๆส่วนใหญ่ ถนัดพาลูกเข้าห้าง มากกว่าเดินเที่ยวมิวเซียมเสียอีก
ไม่อยากทำตัวรำไม่ดีโทษปี่โทษกลองว่า ก้อถ้ามิวเซียมบ้านเรามันน่าเที่ยวเหมือนของบ้านเขาเมืองเขา
เราคงพาลูกไปเที่ยวเดินได้สนุกกว่านี้มาก
อีกอย่าง เค้าว่ากันว่า
ถ้าคุณเป็นคนไม่ชอบมิวเซียม
คุณคงเที่ยวปารีสไม่สนุกแล้วล่ะ
เพราะที่นี่ เป็นที่รวมสุดยอดของศิลปะดีๆ มิวเซียมเจ๋งๆระดับเทพไว้มากมาย
แต่ อย่างว่า นานาจิตตัง
หลายคน หลับตานึกถึงปารีสแล้วเห็นแต่
แท่งเหล็กอัปลักษณ์ที่ผุดขึ้นมากลางเมืองสวยๆ
.ไอเฟิล(อันนี้เป็นบางความเห็นจากคนปารีสน๊าาา)
รอยบากของแแผลเป็นกลางหน้า ที่บาดอยู่กลางมิวเซียมสวยงามรอบๆ
..โดมกระจก 666 ชิ้น ตัวเลขอาถรรพ์แห่งลูฟว์ (บางคนว่าอีกเช่นกัน)
ชาแนล หลุยวิตตอง บาลองเซียก้า ปราด้า แอร์เมส โกย๊าด ยีฟแซงค์โลรองก์ ฯลฯ
เพราะงั้น
ประสบการณ์การเที่ยวปารีสของแต่ละคน จะไม่เหมือนกันเลย
เราจะเที่ยวแบบของเราล่ะนะ อิอิ
วันแรก ตามใจพลพรรค แบบเซ็งๆ
โต๋เต๋ไปตามชองป์เซลิเซ่ ไม่มีจุดหมาย แมร่งไม่ได้กะไปเที่ยวประตูชัยกันด้วย
แค่ถึงร้านกระเป๋า ก้อกรี๊ดๆกัน เฮ้ออออ
เดินกลับ เจอร้านเก่าแก่ที่ขึ้นชื่อเรื่องขนมต้นตำหรับแสนอร่อย


มากาฮอง สุดเร่ิด มีไปขายบนแฮร์รอดด้วยนะเคอะ
แวะไปนั่งกิน ทำชิลซะหน่อย ไหนๆวันนี้คงไม่ได้เที่ยวอะไรแน่ๆ
ปิดท้ายด้วยการไปตามล่าทั้งลองชองป์ มาร์คจาคอป และหลุยวิตตองส์
ในห้างสุดเก๋า อย่าง ลาฟาแยตต์

เจอพี่คนไทยที่เป็นเจ้าหน้าที่ทำแท็กซ์รีฟันด์อยู่ที่นี่ด้วย
อ้อ อีกคน อยู่ร้านหลุยส์ ดูแลคนไทยด้วยกันซะดิบดี น่ารักจังเลย
ห้างเค้าสวยดี แต่เราว่านอกจากกระเป๋าแล้ว อย่างอื่นพวกน้ำหอม
เครื่องสำอางค์ เสื้อผ้า เทียบแล้ว ซื้อในแฮร์รอด หรือเซลฟ์บริจเจด (ช่วงเซลล์) จะถูกกว่ามากล่ะ
แพงระยับ จับไม่ลงจริงๆ
ตกเย็น
คิดว่าจะไปกินอะไรกันดี
วันแรกนี้ ไม่มีใครยอมลงไปนั่งเมโทร(รถไฟใต้ดินฝรั่งเศส)กับเราเลย
กลัวสกปรก กลัวนู่นนี่กันไปหมด เอาแต่นั่งแท็กซี่ปาริเซียงกัน(ถูกกว่าแคปในลอนดอนเยอะล่ะ)

คือ ไม่ใช่งกนะ แต่แบบ แหมมมม ชีวิตมันขาดรสชาติเฟร้ยยยย
มาแล้ว ไม่ลองได้ไงอ้ะ ชาวบ้านเค้านั่งกันโครมๆ ไม่เห็นมีใครตาย (พูดเหมือนคนจมูกหมูปากหมาเนอะ)
แล้วพรุ่งนี้จะมาเล่าเรื่องประทับใจ กับเมโทรที่เราสุดรัก
ปลื้มมากกว่าทูปว์ในลอนดอนซะอีก
(รสนิยมแปลก ชอบของถ่อยค่ะ ฮ่าๆๆ)
เดินผ่านร้านอาหารญี่ปุ่น
อยู่ดีๆ สาวน้อยในร้านก้อมาเรียก
คนไทยเหรอค๊าาาาา
.เข้ามาก่อนสิคะ
เอาเว้ย ไม่คิดมาก คนไทยด้วยกัน ช่วยอุดหนุนกันหน่อย อิอิ
สรุป ยัยคนเรียกเธอเป็นกัมพูชาค่ะ เว้าฝรั่งเศสคล่องปรื๊ดด
แถมด้วยภาษาเขมรและภาษาไทยที่แอ็คเซ่นแบบบแม่บ้านชาวต่างชาติที่บ้านเราเดี๊ยะเลย
เจ๊เจ้าของร้านเป็นลูกครึ่งจีนมัั้ง ใจดีโครตๆ
เฮียพ่อครัว(เจ้าของร้านอ่ะแหละ)ก้อใจดี ชุดปลาดิบเรือยังกะไททานิค
ปลาสดมากกก เต็มลำ สารพัดแบบ อร่อยระดับโรงแรมห้าดาวในกรุงเทพได้เลยนะ
(ไม่ต้องไปเทียบกะฟูจิให้เสียราคาหรอก) เจ๊แกคอยถามตลอดว่า
อิ่มม๊ายยยย พอป่าวว เอาไรอีก ลดแลกแจกแถมสุดๆ
ชวนกินขนมถั่วตัดแบบเวียดนามในร้าน แจกพวกเราซะเยอะเลย
กลับโรงแรม อิ่มตื้ออออ
นอนอ่านแผนที่ วางแผนการเดินทาง
ลุยเดี่ยวพรุ่งนี้แล้ว
บอกพลพรรคแบบไม่เกรงใจว่า
เออ แบบว่า อย่าหาว่าทิ้งกันเลยนะ
ให้เราไปเดินตามชอปปิ้งอีกวัน ตรูคงขาดใจตายฟร่ะ
ขอแยกตัวไป(เที่ยว)ที่ชอบๆ เหอะ นะ
ไม่ต้องห่วง ตรูสามารถ(กว่าพวกเอ็งอีก อิอิ)
ตรูโตแล้ว ตรูเซลฟ์
ตรูเที่ยวคนเดียวได้ว่ะ
อย่าเคืองกัน เราไม่เคืองด้วย
คนเราชอบไม่เหมือนกัน เราเข้าใจ
เพราะงั้น อย่ามาทรมานกัน ด้วยการผูกตัวติดกันเลย
แยกกันเหอะ ตามใจใครก้อใจใคร
ตกเย็นแล้วค่อยนัดเจอกันที่โรงแรมแล้วกันนะ
(กรี๊ดดดด ตรูเป็นอิสระแล้ววววววว วิ้ววววว)
พรุ่งนี้
มิวซี ดอร์ซี และ ออร์ลันเจอรี
โมเน่ต์ มาเน่ต์ เรอนัวร์ เดกัส ปิกัสโซ่ ฯลฯ ที่รักทั้งหลาย
อิชั้นจะไปชื่นชมฝีแปรงให้ครบทุกท่านนะเคอะ
ป.ล. ขอบคุณพี่เอ๋คนสวย ที่เป็นผู้จุดประกายการชื่นชมภาพสีน้ำมัน
และอยากไปตามล่า หาชมภาพงามๆที่สองมิวเซียมระดับเทพแบบนี้ค่ะ
ป.ล.สอง ไม่ได้โทรกลับบ้านเลย ไม่ได้ซื้อซิมที่นี่โทร คิดว่าแค่สามวัน
คงไม่มีใครคิดถึงเราจนตายหรอกน่ะ อิอิ
ป.ล.สาม ชอบเพลงนี้มานานมากแล้ว
มีเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษด้วยนะ
แต่ไม่ชอบ
ภาษาฝรั่งเศสมันเพราะดี
สงสัยคงเพราะว่า ฟังไม่รู้เรื่องดีล่ะมั้ง ฮ่าๆๆ
ป.ล.สี่ (สุดท้ายแล้วจริงๆ)
พรุ่งนี้ วันที่สองในปารีส ชมภาพสวยๆกันให้ตาแฉะไปเลย
เตรียมไฮสปีดกันไว้ เพราะจะหนักรูปด้วยล่ะ อิอิ
|