คิดถึงจริงๆให้ดิ้นตายสิ อิอิ
แต่งานยุ่งมากค่ะ
กลับเข้ากรุงตั้งแต่ตีสามของวันเสาร์
เขียนย้อนหลังไปหลายวันหน่อยน๊า
(ลืมไปเยอะแล้วด้วย)
งานยุ่งจนแทบไม่ได้หายใจ
ทั้งโทสับ ทั้งประชุม ทั้งวัน ตั้งแต่เช้าแล้ว
เอกสารบ้าอะไรไม่รู้
กองเต็มโต๊ะ
ที่ตอนนี้ต่อเพิ่ม ความยาวรวมโต๊ะคอมประมาณ 3 เมตรครึ่งแล้ว
ยังไม่ค่อยพอวางเอกสาร ที่กำลังทำงานในแต่ละวัน
เหมือนพวกสมาธิสั้น
ทำงานนี้ แล้วมีอะไรแทรก หันไปทำงานนู้นต่อ
สรุป
ตรูทำไม่เสร็จซักอย่าง หนีมาอัพไดฯดีกว่า กั่กๆๆๆ
(หาแพะสุดๆ)
++++++++++++++++++++
เสาร์ 12/4/51 - ปิดเครื่องจักรทำความสะอาดตั้งแต่เที่ยง
บ่ายสอง สำหรับพนักงานที่กลับตจว.
ให้ออกจากโรงงานได้เลย
ตรูหนีไปกินเซ็นที่เซ็นทรัลพระรามสองตั้งแต่เที่ยง
บ่ายๆ น้องในออฟฟิศโทรมาถาม
ว่าพี่ให้หนูกลับบ้านได้ยัง
เพราะส่วนที่เราดูแล กลับกันยกแผนก กิกิ
ปล่อยโลดดดด
สี่โมง ซื้อของเสร็จ กลับเข้าโรงงานนรก
เช็คความเรียบร้อย เดินดูนิดๆหน่อยๆ
กลับกันเกลี้ยงโรงงานแล้ว
เหลือแต่พนักงานรอปิดเตาเทอร์โมออยล์อยู่คนเดียว
กลับบ้านจัดกระเป๋า
บิ้วล์แน็คให้เตรียมตัวเดินทาง
นัดกันล้อหมุนตอนสามทุ่ม
แน็คตื่นเต้นใหญ่เลย
ตะแง้วๆตั้งแต่สองทุ่ม
ว่า.........หม่าม๊า เราจะไปกันละยางงง
เราจะไปหาดใหญ่กันตอนนี้เลยม๊ายยยย
แน็คพร้อมแล้วววน๊า แน็คอยากไปแล้วว
พอสามทุ่มบอกว่าไปได้
มันทำท่า กำหมัดยกขึ้นแล้วร้อง เย้ๆๆๆ
กระแดะมั่ก (เหมือนแม่เลย 555)
ขับตอนกลางคืน
ดีหลายอย่าง
ไม่ร้อน
รถไม่ติดแล้ว เพราะคนเค้าไม่ค่อยขับกัน
ใช้ความเร็วได้ไม่มาก
เพราะตาถั่ว มองไม่เห็น ไม่กล้าขับเร็วเหมือนกลางวัน อิอิ
พี่นุโซโลมือแรกก่อน ตั้งแต่สามทุ่ม
ตียาวถึงเที่ยงคืนกว่าๆ
เปลี่ยนไม้ผลัดกันที่ประจวบฯ
ส่งต่อให้เรา เพราะฮีบอกว่าง่วงมาก
อดนอนค้างจากการออกไปแรดคืนวันศุกร์ ฮ่าๆ
เราต่อไม้สอง เที่ยงคืนกว่าถึงตีสี่ครึ่ง
ขับไป ฟังเสียงกรนของพ่อลูกไป หรรษาเหลือเกิ๊นน
รถทัวร์เยอะมากตลอดเส้นทาง
บางคันก้อน่ารัก
คอยตีไฟซ้ายบอกสัญญาณหลบให้
บางคันก้อน่าเบื่อ
วิ่งช้าชิดขวา เปิดไฟสูง(หาพ่อแม่มันรึไงไม่รู้) แสบตาชะมัด
พี่นุตื่นมาขับต่อ เราง่วงมาก
เปลี่ยนตัวปั๊บ หลับทันที
หกโมงครึ่ง พี่นุง่วงอีกรอบ
เราต่อยาวจนถึงหน้าบ้าน
แน็คหลับ
หลับ
และหลับ
ยาวววว
แบบไม่ลุกมาฉี่
มาตื่นเอาแถวๆพัทลุง
ถามเรื่อยเปื่อย ตอบจนเมื่อยปาก
หายเหม็นน้ำลายบูด กั่กๆ
++++++++++++++++++++++++
เช้าอาทิตย์ 13/4/51
พ่อตื่นเต้นใหญ่เลย
โทรเรียกคนนู้นคนนี้ให้ลงมาเปิดประตูให้
ถึง บ้าน ซะที
ขับรถลงใต้ทีไร
ได้กลิ่น บ้านเราทุกที อิอิ
(โรคบ้านเกิดนิยม)
กิจกรรมแรกที่ถึงบ้าน
สำหรับคนนี้
รื่นเริงสุดๆ

ไปรวมตัวกะก๊วนเด็กข้างบ้าน
ฝากเค้าให้ไปเล่นน้ำด้วย
หลังจากอุดหนุนของเล่น
และปืนฉีดน้ำกันเป็นประจำ


ถ้าไม่ได้กลับบ้าน
แน็คคงไม่ได้เล่นแบบนี้หรอก
เพราะส่วนตัวแล้ว
ไม่นิยม
วัฒนธรรมการ สาดน้ำ สงกรานต์
ไม่ได้ว่าเหมารวมว่าไม่ดีนะคะ
แต่ คนส่วนใหญ่ ทำให้มันกลายเป็นแบบนั้น
สาดน้ำแบบไร้อารยธรรม
การลวนลามที่ผู้หญิงแทบจะทนการเล่นน้ำสงกรานต์บนถนนไม่ได้
ฯลฯ
บ่ายแก่ๆ
อยู่กันพร้อมหน้า
รวมตัวกันทำกิจกรรมหลักเหมือนทุกปี
...ไปทำบุญที่บัวเก็บกระดูกแม่....
บัว...คนบ้านเราหมายถึง ที่เก็บกระดูก
สร้างเป็นคล้ายๆเจดีย์สี่เหลี่ยม หรือทรงกลม
ข้างในเป็นรูปดอกบัว บรรจุกระดูกคนตาย
เค้าจะสร้างไว้ที่วัดกันนะคะ
คงคล้ายๆกับสุสานคนจีนเชงเม้งน่ะ
บ้างก้อสร้างโดดๆเรียงรายกันเป็นแถวในลานหลังวัด
บ้างก้อจะสร้างรวมกับกุฎิ
ของแม่เนี่ย
เก็บไว้รวมกับคุณก๋ง
ที่แม่สร้างเป็นกุฎิถวายวัดเอาไว้
ไปตอนเด็กๆทุกปีเลย
ที่วัดที่แม่ไปสร้างพระประธานในโบสถ์ด้วย
ที่ฐานพระประธานเป็นที่เก็บกระดูก
ของบรรยาย สารพัดคุณยาย (แม่เลี้ยงของแม่)ทั้งหลาย
เราแห่กันไปทำบุญที่บัวเหมือนทุกปี
นิมนต์พระ(รูปเดิมๆ หน้าตาเดิมๆ)
พรมน้ำอบ วางพวงมาลัย และดอกกุหลาบแดงที่แม่ชอบ
โบสถ์หลังเก่าที่แม่สร้างพระประธานไว้
เค้าย้ายไปใช้โบสถ์ใหม่กัน
เลยร้างๆ ดูน่ากลัว (ขลังดี)
แต่พระและโต๊ะหมู่อยู่ครบครัน
ตอนพระสวด
แน็คมันดำน้ำ
ฮัมทำนองสวดตาม
แบบจบเหมือนเค้าด้วย
......พะวันตุเต....
ฮามากก กลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่
เห็นพระยังแอบขำเลยอ่ะ
++++++++++++++++++++++++++++++
ต่อด้วยรายการเยี่ยมญาติผู้ใหญ่
คุณอา น้องสาว และน้องชายของพ่อ
เป็นญาติสนิทฝั่งพ่อ ที่เหลืออยู่
เสียดายไม่ได้พกกล้องไป
จะได้ถ่ายมาให้ดู
ว่า ที่นี่ เป็นส่วนนึงของตัวเราเลยนะเนี่ย
ตอนเด็กๆแม่ชอบส่งให้มาอยู่ที่นี่
พวกเราเรียกว่า.....บ้านย่า....
ทุกวันหยุดปิดเทอม
บ้านแบบชาวบ้าน
กลางสวนทุเรียน
สวนยาง
สวนเงาะ
ไม่มีไฟฟ้าใช้ด้วยนะ(สมัยนั้น)
เรายังจำกลิ่นตะเกียงน้ำมันก๊าดได้เลย
บ้านย่ามีใต้ถุน เลี้ยงไก่
เรือนฝั่งซ้าย เป็นยุ้งเก็บข้าว
พ่อเล่าให้ฟัง ว่าตอนเด็กๆ พ่อต้องเลี้ยงควาย
ทำนา ตั้งแต่ก่อนตีสี่ ก่อนไปโรงเรียนทุกวัน
จำได้ว่าตอนเด็ก
พ่อเคยพาไปในนาข้าว
ที่ทำไว้(แบบปลูกกินเองน่ะ)
สอนให้พวกเราหัดเกี่ยวข้าว (เกือบโดนเคียวบาดมือ)
หัดฝัดข้าว
แค่จะบอกให้เห็นว่า
ชาวนา ทำงานลำบากแค่ไหน
ข้าวแต่ละเม็ด กว่าจะได้กินกันน่ะ
ไม่ใช่ง่ายๆ แบบที่แค่แบมือขอตังค์แล้วเดินไปซื้อนะ
พ่อต้องทำนา เลี้ยงควายส่งน้องทุกคนเรียน
แกเลยภาคภูมิใจในตัวน้องชายมาก
คุณอาคนนี้
เธอดำรงตำแหน่งเป็น รศ.ดร.
รองคณะบดิที่คณะวจก.มอ. บ้านเกิดเราเนี่ยแหละ
ตอนเด็กๆ แกชอบเปิดรายการแข่งร้องเพลงลูกทุ่ง
แย่งดูทีวีกะเรา จนทะเลาะกันด้วย อิอิ
พ่อภูมิใจที่น้องเรียนจนเป็นดร.
และถึงแม้พ่อจะจบแค่ป.สี่
แต่เราภูมิใจพ่อเรามาก
ใครอย่าได้มาดูถูกพ่อกรูเชียว
ออกแนว พ่อข้าใครอย่าแตะ 555
ที่บ้านย่ามีท้องร่องรอบๆบ้านนะ
ตอนน้ำท่วม
ลงไปว่ายเล่นกัน
เอาเรือไปพายในน้ำที่ท่วมสวนยางด้วย
เรื่องฮาที่สุด ที่อาเค้าเล่าให้ทุกคนที่มาบ้านฟังคือ
สามคนพี่น้อง
ไอ้พี่ชาย เรา และนังน้องสาว
เจ็ดแปดขวบกันได้มั้ง
ลงไปเล่นน้ำในหนองน้ำ (ใหญ่เหมือนกันนะสมัยนั้น) ข้างป่ายาง
ด้วยความที่เคยเล่นกันแต่สระว่ายน้ำ(เทศบาล)
ไม่เคยเจอพื้นโคลนนิ่มๆ แหยะ
ไอ้พี่ชายเรา มันเหยียบแล้วจมลงไปเรื่อยๆ
ดึงขาไม่ขึ้น มันบอกว่า....โคลนดูด ช่วยด้วย
ร้องโวยวายใหญ่ ว่าขึ้นไม่ได้
เรากะน้องสาวอีกคนอยู่กันบนฝั่ง
ลงไปดึงมันใหญ่ ดึงไม่ขึ้น
อีน้องก้อเริ่มร้องไห้
ไอ้พี่ชายก้อบอกว่า กรูขึ้นไม่ได้
อิชั้นก้อกลัวว่าพี่ชายจะโดนโคลนดูดตายเหมิอนในหนัง
บอกอีน้องสาวให้มันเฝ้าพี่ชายไว้
(เผื่อมันตายจะได้มาเล่าถูก)
แล้วเราจะวิ่งมาราธอนไปตามคนมาช่วย
วิ่งไปร้องไป คิดว่า พี่กรูต้องตายแน่ๆ
อาผู้หญิงมาเห็นสภาพ สามคนพี่น้อง
ร้องไห้ ให้ช่วยกัน
แกขำแล้วขำอีก
เล่ากันไปทั้งตระกูล จนถึงทุกวันนี้เลย
อายจัง อิอิ
จริงๆมีวีรกรรมกันอีกเยอะ
แบบหนีไปซ่อนบนต้นเงาะ
แอบเดินกลับบ้านผ่านกุโบร์(ป่าช้า)อิสลาม
ฯลฯ
ชักจะออกทะเลแระ
กลับบ้านทีไร นึกถึงเรื่องเก่าๆไง
++++++++++++++++++++++++++++++
จันทร์14/4/51 พุธ16/4/51
อยู่บ้าน
กิจกรรมหลัก
คือ
เช้าหาของกินหร่อยๆ
ทั้งแต่เตี้ยม บะกุ๊ดเต๋ ขนมจีน ข้าวยำ ข้าวมันแกงไก่
ช่วยเฝ้าร้านบ้าง
นั่งคุยกันพี่ๆน้องๆ ไร้สาระ
เย็น ออกไปกินข้าว
เวียนว่ายตายเกิดกันตามร้านประจำ
เกียปิง ต่อฮวด เนินขุมทอง ฯลฯ


มี wi fi internet กะเค้าด้วยน๊า
แอบไปอ่านไดฯพี่จิบตอนจิตตก
ไม่กล้าเม้นท์เลย
อีกอย่าง
แน่ใจด้วยว่า
คนอย่างพี่จิบน่ะ
มองโลกในแง่จริง เชิงบวก
คิดอะไรต่อมิอะไร ได้ดีกว่าเราอยู่แล้ว
เพราะงั้น ....เชื่อแน่ว่า...เธอจะผ่านมันไปได้ด้วยดี
(ยังไม่ได้ตามข่าวไดฯตอนถัดมาเลยเนี่ย)

ช่วงนี้
พ่อไม่ค่อยเหงาแล้ว
หลานสาว ลูกพี่ชายมัน
กำลัง น่ารัก น่าหยิก
พ่อเลยมีความสุขกับการคอยเป็นองครักษ์พิทักษ์หลาน
ได้ยินเสียงร้องหน่อยเป็นไม่ได้
แกดีดตัว ลุกทันทีเลยเชียว

รวม หลานปู่ หลานตา
(แน็คมันหน้าไร้อารมณ์มากกกก)

รวม พ่อ ลูก
และ หลานปู่ หลานตา

จบดื้อๆแระ
ไว้มาต่อนะ
ทริปกระบี่ เชอราตัน ทะเลแหวก เกาะปอดะ อ่าวนาง
ขอไสหัวไปเผางานก่อง
คิดถึงนะจ้ะ จุ๊บๆ
+++++++++++++++++
|