ปารีส วันที่สอง
หลังทานข้าวเที่ยง
อิ่มแล้ว ก้อออกเดิน ลัดเลาะแม่น้ำแซนด์มาแบบชิลๆ อากาศดีมาก
แต่แดดร้อนไปหน่อย กลับมาแล้วตัวดำยังกะไปเที่ยวอาฟริกาใต้
สองฝั่งของแม่น้ำแซนด์บริเวณนี้ เป็นสุดยอดในปารีส(สำหรับเรานะ)
เรียงรายไปด้วยสามมิวเซียมใหญ่ ฝั่งที่เราจากมามะกี้ คือ มิวซีดอร์เซย์
ข้ามแม่น้ำไป ก้อจะมี ลูฟว์ และ National de IOrangerie
แอ๊บสะเหร่อ เดินผิดทิศ ตั้งใจจะไปอันหลัง
แต่ไหนๆก้อเดินมาแล้ว ไปเฉี่ยวหน้าลูฟว์รึกัน แต่เดินไปไม่ถึงโดมกระจก 666 ขิ้นอาถรรพ์นั่นนะ
เฉี่ยวแล้วก้อรีบเดินไปยังจุดหมายดีกว่า เวลามีน้อย เด๋วจะไม่ทัน
ขอแอบผ่านสวยตุยเลอรีซะหน่อย
นึกภาพตามนะคะ ว่า
ที่นี่ เคยเป็นที่ประทับของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14
ในช่วงที่เค้ารอ varsailles สร้างให้เสร็จด้วยค่ะ
สวนนี่ เค้าว่า ออกแบบในสไตล์สวนอังกฤษ (เป็นไงก้อไม่รู้แฮะ) มีเรื่องเกือบๆตื่นเต้นเล็กน้อย กับนิยายรักอีโรติคระหว่างเดินผ่านสวนด้วยค่ะ
ตอนแรก เดินๆ แล้วซักพัก เหมือนจะรู้สึกว่า มีผู้ชายคนนึง ท่าทางจะเป็นแขกขาว
มันก้อเดินตามเรามาห่างๆ
เพื่อความมั่นใจ ลองเช็คด้วยการแกล้งผ่อนฝีเท้าลง
เออ
มันเสือกเดินช้าลงตามกรูดัวะ
พอแกล้งเดินเร็วๆอีกที
.ไม่รู้คิดไปเองป่าวอ่ะ
เหมือนมันก้อรีบเดินตามเราด้วยเลยเฟร้ย
อย่ากระนั้นเลย เราจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม
ยิ่งในยามตัวคนเดียว รีบเล็งคนรอบๆคนอื่น ที่พอจะพึ่งได้
ในสวนก้อมีหลายแบบอยู่นะคะ
คู่แรก ป้าเปรี้ยวจี๊ด อายุน่าจะราวๆสี่สิบได้ กำลังอินกับเลิฟซีน
ผายปอดแบบเม้าท์ทูเม้าท์พร้อมขึ้นไปนั่งคร่อม
หนุ่มรุ่นน้องอยู่ที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ อย่างเพลิดเพลิน
ไอ้ครั้นเราจะทำเนียน ไปนั่งด้วย ก้อเกรงใจ (จริงๆ กลัวป้าแกกัดหัวเอามากกว่า ฮ่าๆ)
รีบจ้ำไปอีกหน่อย เจอวัยกลางคนชายสองคน นั่งคุย วาดรูปกันอยู่
ตรูเลยเนียน นั่งแมร่งอีตรงม้านั่งใกล้ๆเลย
ท่าทางอีตาสองคนนี้ คงเป็นไม้กันหมาได้ก่อน
แกล้งนั่งชิลๆ อยู่ที่นี่ เล็งจนกว่า ไอ้พี่แขกขาวที่เรารู้สึกไม่ไว้ใจมันผ่านไปก่อน
รอจนแน่ใจ ว่ามันไม่ตามเราแน่ๆแล้ว
เริ่มเล็งเหยื่อรายใหม่ ที่จะแอบเกาะเดินไปด้วยดีกั่ว
เผื่อมีอะไรไม่ชอบมาพากล ได้ครอบครัวแม่ลูกน่ารัก
เค้าเข็นรถพาลูกเที่ยวกัน เราเลยเนียน เดินตามหลังไปด้วย
เหมือนเป็นแนนนี่มากะเค้า
คือจริงๆแล้ว อาจจะไม่มีอะไรก้อได้นะคะ
แต่ไม่รู้ล่ะ ปลอดภัยไว้ก่อน
เวลาเดินทางคนเดียว ต้องคอยสังเกตคนรอบข้างเราทุกคน
ก่อนเข้ามิวเซียม เดินเล่นด้านหน้านิดนึง คือที่นี่จะอยู่ตรงลานคองคอร์ดน่ะค่ะ
ลานนี่เป็นจตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในปารีส เสาเหลี่ยมๆที่เห็นนี่คือ เสาโอเบลิสก์
หนังสือบอกว่า เสานี่แก่มากนะคะ เกือบ 3000 ปี เอามาจากอีิยิปต์
แหงล่ะค่ะ ไม่ต้องเดา พวกประเทศบ้าอำนาจ หุหุ ล่าอาณานิคมไงคะ
รบชนะอียิปต์ เป็นธรรมเนียมปฎิบัติสมัยนั้นมั้ง
ว่าชนะใครได้ ก้อเอาของรักของหวงเขา มาเป็นของประดับบ้านตัวเอง
เดินที่นี่ แล้วคิดถึงหนังสือที่เคยอ่านตอนเด็ก
คำสารภาพของมารี อังตัวแนตต์
หลับตา นึกภาพที่ลานนี้ ตอนสมัยหลุยส์ที่ 16 นะคะ
เพราะที่นี่คือลานประหาร พระองค์พร้อมชายาคนสวย
มารีอังตัวแนตต์ ในปีที่มีการปฎิวัติใหญ่
คิดถึง กิโยติน ที่ลานนี่แล้วเสียวสยองพิลึก
จำได้ว่า เราจะคุ้นๆแค่ ชื่อ หลุยส์ที่14 และ หลุยส์ที่ 16 (อย่าเพิ่งคิดถึีง หลุยส์วิตตองนะคะ)
สงสัยป่ะ ว่าหลุยส์ ที่15 ไปไหน
ประวัติศาสตร์มนุษย์โลก คล้ายๆกันเกือบทุกแห่งนะคะ
บทบาทของผู้สร้างสรรค์ ผู้สำเริงสำราญ และผู้ชดใช้
หลุยส์ที่ 15 จำไม่ได้ ก้อเพราะประโยคนี้อธิบายไว้แบบนี้ไงคะ
Louis14 made everything
Louis15 enjoys
Louis16 pays for it
แหม กว่าจะพาเข้าพิพิธภัณฑ์ได้ เนอะ
ที่นี่ มาถึงปารีสแล้ว ไม่มาไม่ได้เลยค่ะ
แหงแซะ สำหรับคออิมเพรสชั่นนิซึม
อย่างเรา มิบังอาจเรียกตัวเองว่าเป็นคออะไรกับเค้า
ขอยกอานิสงค์ความอยากดูนี้ให้คุณพี่เอ๋ของเรา
ที่ชี้ชวนให้ดู จนเริ่มรู้สึกว่า เออ
.สวยว่ะ
ที่นี่เป็ฯที่รวบรวมงานของหลายๆท่าน คล้ายๆกับที่มิวเซย์ดอร์เซย์นะคะ
แต่ที่เด็ดสุดคือ คอลเล็กชั่น..บัวน้อยลอยชูชอรออรุณ
บึงบัวค่ะ
ในชื่อชุด Nympheas
ที่โมเน่ต์เป็นคนวางแผนและออกแบบงานที่แสดงนี้ด้วยตัวเองเลยนะคะ
เค้าอออกแบบให้ภาพบึงบัววางโค้งไปตามแนวผนัง
ห้องเป็นทรงรีๆ ตรงเพดานก้อมีช่องแสง
สภาพแสงที่เปลี่ยนไป ตอนที่เราเดินไปตามแนวโค้งผนัง
มันจะเหมือนเราค่อยๆเดินผ่านบึงบัวจริงๆเลยนา
โอ๊ย สวยซี๊ดอย่าบอกใคร ดูเอาเองรึกัน
แต่จะบอกว่า ภาพเนี่ย ถ่ายมาไม่ได้ซักกระผีกของความงามจริงๆที่นั่น
ถ้ามีโอกาส ไปชมกันให้ได้นะคะ
เค้าปิดซ่อมมาตั้งนาน เพิ่งเปิดใหม่ให้เข้าขมเอากลางปี2006 นี้เอง
(พี่เอ๋บ่นอุบว่า เธอไปมาสองรอบ มันปิดซ่อม ไม่ได้ดูเลย เคืองมาก) ลงมาชั้นล่างของมิวเซียม
เป็นที่แสดงภาพของศิลปินท่านอื่นๆ
คนนี้ ต้องดู คนโปรดพี่เอ๋เธอ
เรื่องตลกเกี่ยวกับน้าม๊อดคือ
ตอนไปสอบสัมภาษณ์เรียนน่ะ
เค้ามีชื่อนักวิจัยดังๆเต็มเลย ให้จับคู่กับทฤษฎีที่แต่ละคนคิด
แล้วมีชื่อ Modigliani ด้วยนะ
จริงๆแล้ว เป็นคนคิดโมเดลทางการเงิน ที่เราเรียนกันตอนเด็กๆเลย M.M.Model
อีตอนสอบนึกไม่ออก (เรื่องวิชาการอยู่ในหัวน้อยค่ะ ฮ่าๆ)
เสือกนึกถึงลุงม๊อดก่อน
ตอบอจ.เค้าไปว่า อืมมม หนูคิดว่า
ถึงแม้มันจะไม่เกี่ยวนะคะ หนูแค่อยากบอกอจ.ว่า
ภาพพอร์ตเทรตของคุณม๊อดที่เป็นจิตรกรเนี่ยสวยมากค่ะ
ไม่แน่นะคะ เค้าอาจจะเป็นญาติกันก้อได้
หูยยยย อจ.ขำสุดๆ ในความ แถกกกกก ของอิชั้น กิกิ
(เล่ามาได้ หน้าไม่อายเนอะ)
อันนี้ ติดเรทนิดนึง แต่เป็นภาพที่ชอบมาก
(จิตใจฝักใฝ่น่าดูนังคนนี้ ฮ่าๆๆ)
กว่าจะเอาตัวเองออกจากมิวเซียมนี่ได้ สี่โมงได้มั้งคะ
ต้องรีบแล้วเพราะนัดเจอเด็กๆที่ห้องไว้สี่โมง เพื่อตกลงว่าเย็นจะเอาไง
เดินตัดลานคองคอร์ด เพื่อไปหาเมโทร
ไม่รู้หน้าตาอิชั้นมันดูมั่นมากรึไง
มีนักท่องเที่ยวมาถามทางตรูตั้งสองราย หาเมโทรไม่เจอ
เลยบอกเธอไปว่า
ตูข้าก้อกำลังหาอยู่เช่นเดียวกัน ก๊ากกก
มีเหตุประทับใจที่สถานีนี้ค่ะ
ปกติ ในเมโทรที่นี่ มีชีวิต ให้เราดูหลายแบบ
คนทำงาน ชนชั้นกลาง คนไม่มีบ้าน เอาผ้ามาปูนอนตามทางเดินในเมโทรฯลฯ
ที่เห็นบ่อยๆทั้งเมโทรที่นี่ และทูปว์ในลอนดอนคือ
นักดนตรีเปิดหมวก ทุกครั้งก้อเจอแบบธรรมดา
เล่นเดี่ยวทั้งแบบปลั๊กและอันปลั๊ก
แต่วันนี้ เจอ วงใหญ่ค่ะ ชอบมากก ร้องประสานเสียง
เพลงไม่รู้จักหรอก ฟังไม่รู้เรื่องด้วย แต่ทำนองเหมือนเพลงพื้นบ้านเลย
เพราะมากๆ ยิ่ง บรรยากาศในเมโทรมันเก่าๆ
เสียงมันสะท้อนก้องๆ หลอนดี ยืนฟังซะเคลิิิ้มเลยค่ะ กลับถึงโรงแรม เด็กเค้าชอปกันเพลีย เลยบอกว่า เด๋วจะหาอะไรกินหน้าโรงแรมเนี่ยแหละ
เราเลยรีบชิ่ง ออกมาอีกรอบ กะว่า จะไปเช็คตั๋วที่โอเปร่า กานิแยร์ค่ะ
โรงละครเก่าแก่อันยิ่งใหญ่
ตำนานการก่อสร้างที่นี่บอกว่า
ตอนสร้างไปได้ไม่เท่าไหร่ในปี 1800กว่าๆ ต้องหยุดชะงัก
เพราะ เค้าเจอทะเลสาบใต้ดิน และบ่อน้ำพุค่ะ
สุดท้าย ทุกฝ่ายลงความเห็นให้ เก็บทะเลสาบนี้ไว้ที่ห้องใต้ดินของโรงละคร
และห้องใต้ดินนี้ิเอง เป็นที่มาของละครก้องโลก
The Phantom of the Opera
โศกนาฎกรรมความรักของชายอัปลักษณ์ะ ที่หลงรักนักร้องสาวสวยในโรงละคน
โอยย ต้องขอบคุณใครไม่รู้ ที่ทำให้โลกเรามีคนอย่าง แอนดรู ลอย์ เวเบอร์
เพลงเพราะเหลือเกินค่ะ (นี่เป็นเหตุผลที่วันนี้ เลือกเพลงนี้มาเปิดฟัง)
ปกติ ในเวลากลางวัน เค้าจะเปิดให้เข้าชมด้านในโรงละครนะคะ
แต่วันนี้มีโชว์ เค้าปิดตั้งแต่บ่ายโมงแล้ว
เราเลยไม่ได้เข้าไปดูข้างใน
ที่แสนดายกว่า คือ ตั๋วหมดเกลี้ยงแล้วค่ะ สำหรับโชว์คืนนี้ (มีบัลเล่ต์ค่ะ)
อิชั้นอดดู ยืนตาละห้อย น้ำลายหยดแหมะๆ
คอยดูนะ ต้องกลับมาใหม่ แล้วจะจองตั๋วล่วงหน้ามาเลย ฮึ่มมมมม
พกความเสียดายกลับบ้าน นอนดูแผ่นเรื่องนี้แทนแล้วกัน โฮๆๆ เสียจายยยยย ป.ล.ประชดชีวิตที่ไม่ได้ดูโอเปร่าที่นี่
ด้วยการไปเดินซาร่าแทน ก๊ากกก สะเหร่อมั๊ยเนี่ย
เมืองไทยก้อมี เสือกถ่อมาซื้อเดรสลดราคาที่ซาร่า ณปารีส
ป.ล.สอง เหมือนนั่งระลึกชาติอัพไดฯเลย เพราะนานมากกกกก
เหลืออีกเยอะนะคะเนี่ย วันที่สามในปารีส
เค้าจะพาไปเที่ยว โบสถ์สีขาวแสนสวยบนมงมาร์ต
นอร์ธทราดาม เกาะเล็กอิลแซงลุยส์กลางแม่น้ำแซนด์ ที่แสนจะสงบน่ารัก
แถมรูปอีตอนอยู่ลอนดอน วันไปเที่ยวบาธ สวยมากกกก ตรึมเลย
แต่
.ยังไม่ได้ทำ แฮะๆ ต๊ะไว้ก่อนนะ สัปดาห์นี้ ต้องอ่านแปดเปเปอร์
พรีเซนต์และดิสคัสอังคารกับศุกร์
แถมไอ้วิชาที่ลงกับอีคอน ก้อเรียนทุกวันเลย
งานที่ออฟฟิศก้อเต็มโต๊ะ ชีวิตแสนถึกของเรา
|